กราฟรายสัปดาห์ของ Bitcoin เกือบจะปิดต่ำกว่า $90,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 แต่แรงซื้อท้ายตลาดช่วยดันราคากลับขึ้นมา หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดตั้ง “กองทุนสำรองคริปโต”
แม้ว่าแท่งเทียนรายเดือนของเดือนกุมภาพันธ์จะปิดที่ $84,299 แต่กราฟรายสัปดาห์จบลงด้วยรูปแบบแท่งเทียน Doji ที่ราคา $94,222 ซึ่งสะท้อนถึงความลังเลของตลาด โดยนักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าอาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย “Xi Pump” ในปี 2019
Trump-Pump จะซ้ำรอย Xi-Pump หรือไม่?
ในปี 2019 ระหว่างช่วงตลาดขาลงที่กินเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด Bitcoin อยู่ในระดับต่ำ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2019 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนออกมาสนับสนุนเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันหลังจากนั้น รัฐบาลจีนกลับออกมาตรการปราบปรามคริปโต รวมถึงสั่งแบนเหมืองขุด ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่ภายใน 30 วัน
นักวิเคราะห์นิรนาม “Cold Blooded Shiller” เปรียบเทียบปรากฏการณ์ Xi-Pump กับการพุ่งขึ้นของราคา BTC จากข่าวของทรัมป์ในครั้งนี้ โดยชี้ว่าแรงขับเคลื่อนจากข่าวเชิงบวกมักจะไม่ยั่งยืน หากไม่มีแรงซื้อต่อเนื่อง ราคาก็จะปรับกลับไปตามแนวโน้มเดิม
History lesson.
— Cold Blooded Shiller (@ColdBloodShill) March 3, 2025
I've seen some discussion on the Xi Candle and I thought I'd provide you a little more context around that for those of you who weren't with us during that period of time.
We'd been downtrending and for a couple of months on BTC and finally broke support down… pic.twitter.com/jFQs6ad8rU
จากกราฟเปรียบเทียบ พบว่าในปี 2019 ราคา BTC เคยทดสอบแนวรับต่ำกว่า $10,000 ก่อนจะร่วงลงไปต่ำกว่านั้นภายใน 30 วัน เช่นเดียวกับปี 2025 ที่ BTC กำลังทดสอบแนวต้าน $95,000 ซึ่งอาจนำไปสู่แนวโน้มขาลงในระยะสั้น
นักเทรดชื่อ Magus เสริมว่า BTC ต้องทะลุแนวต้านสำคัญให้ได้ โดยต้องกลับมายืนเหนือ Value Area High (VAH) ที่ $103,000 และรักษาระดับ Value Area Low (VAL) ที่ $91,000 ซึ่งเป็นโซนที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024
อย่างไรก็ตาม Magus ยังคงระมัดระวัง โดยกล่าวว่า
“นี่เป็นรูปแบบ Swing Trade ตามตำราก็จริง แต่ถ้าใครอยู่ในตลาดมานาน คงจำได้ว่า Xi Pump เป็นอย่างไร… สัญชาตญาณผมบอกว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้อาจเกิดจากกระแสข่าวมากเกินไป”
ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ BTC จะพุ่งขึ้นมาได้ แต่ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น (Short-Term Holders – STH) ลดลงต่ำกว่าระดับ 1 หลังจากที่เคยขึ้นไปอยู่เหนือ $92,700 ซึ่งหมายความว่าผู้ถือ BTC ระยะสั้นกำลังอยู่ในจุดที่เปราะบาง เนื่องจากกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ระดับคุ้มทุน
นอกจากนี้ Glassnode ยังระบุว่าดัชนี “Accumulation Trend Score” ซึ่งวัดการสะสมเหรียญของนักลงทุน ยังคงต่ำกว่า 0.5 ติดต่อกันเป็นเวลา 58 วัน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงกระจาย (Distribution) ไม่ใช่ช่วงสะสม (Accumulation)
ช่วงเวลาการสลับกันระหว่างการสะสมและการกระจายของ BTC เฉลี่ยอยู่ที่ 57-65 วัน โดยรอบล่าสุดอยู่ที่ 0.9 ซึ่งหมายความว่า สถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ยังคงขายเหรียญออกมากกว่าการสะสม และยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่ากำลังเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงสะสม
Glassnode สรุปว่า
“ในอดีต วัฏจักรการสะสมและกระจายของ BTC มักจะกินเวลาประมาณ 2 เดือน โดยครั้งนี้เรายังไม่เห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน นักลงทุนควรจับตาดูการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนอย่างใกล้ชิด”
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ forbes.com