ที่ปรึกษา ECB ย้ำ! ธนาคารกลางยุโรปไม่มีวันถือ Bitcoin เป็นทุนสำรอง

ที่ปรึกษาของ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาย้ำจุดยืนเชิงลบของธนาคารที่มีต่อ Bitcoin ท่ามกลางกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin เพื่อวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์

“การให้ประเทศถือครอง Bitcoin เป็นทุนสำรองเป็นแนวคิดที่มีความเสี่ยง”

Jürgen Schaaf ที่ปรึกษาของ ECB กล่าวกับ Cointelegraph เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจเริ่มถือ Bitcoin

Schaaf ให้เหตุผลว่ารัฐบาลอาจมีความจำเป็นต้องสำรอง ทรัพยากรพลังงาน เช่น น้ำมันและก๊าซ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ Bitcoin ไม่มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจที่แท้จริงหรือการใช้งานที่มีความสำคัญในระดับมหภาค

จุดยืนของ Schaaf สอดคล้องกับความเห็นล่าสุดของ Christine Lagarde ประธาน ECB ซึ่งแสดงความมั่นใจว่า Bitcoin จะไม่มีวันถูกนำมาใช้เป็นทุนสำรองของธนาคารกลางยุโรป ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ECB ย้ำ! การถือครอง Bitcoin ไม่ช่วยเสถียรภาพ มีแต่กระตุ้นการเก็งกำไร

Schaaf ยืนยันว่า ECB ไม่มีเหตุผลในการเพิ่ม Bitcoin เข้าไปในทุนสำรองของตน โดยให้เหตุผลว่า

  • การสำรองทรัพยากร เช่น วัตถุดิบและพลังงาน ช่วยให้ประเทศสามารถรับมือกับวิกฤตราคาสินค้านำเข้าได้
  • กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) สามารถช่วยประเทศที่มีดุลการชำระเงินเกินดุลและมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากให้สามารถลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว

แต่สำหรับประเทศในยุโรปและสหรัฐฯ การลดหนี้สาธารณะเป็นภารกิจสำคัญกว่าการลงทุนเพื่อแสวงหากำไร โดย Schaaf ระบุว่า Bitcoin มีข้อเสียหลายประการที่ทำให้ไม่เหมาะสมเป็นสินทรัพย์สำรองของธนาคารกลาง ได้แก่

  • ความผันผวนรุนแรง
  • การถูกใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย
  • ความเสี่ยงในการถูกปั่นราคาและควบคุมตลาด

“การเพิ่ม Bitcoin เข้าไปในทุนสำรองของ ECB จะไม่ช่วยให้ค่าเงินยูโรมีเสถียรภาพ แต่จะเป็นเพียงการกระตุ้นการเก็งกำไรและการกระจายความมั่งคั่งแบบไร้ทิศทาง” Schaaf กล่าว

ECB ไม่สนใจทุนสำรองคริปโต แม้แต่เหรียญอื่น ๆ นอกจาก Bitcoin

Schaaf ยังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าธนาคารกลางควรถือ คริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ นอกเหนือจาก Bitcoin โดยระบุว่า

การถือครองคริปโตหลายเหรียญไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยง แต่กลับเพิ่มความผันผวนและการเปิดรับสินทรัพย์เก็งกำไร

“ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin เพียงเหรียญเดียว หรือพอร์ตที่ประกอบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลหลายรายการ ความเสี่ยงยังคงสูง และเหตุผลทางเศรษฐกิจยังอ่อนแอ” Schaaf กล่าว

แม้ที่ปรึกษา ECB จะมองว่า การลดหนี้สาธารณะเป็นเรื่องที่แยกออกจากการลงทุนในทุนสำรอง แต่ในฝั่งของผู้สนับสนุน Bitcoin บางรายกลับมองว่า BTC อาจช่วยรัฐบาลบริหารภาระหนี้ได้

ในเดือนธันวาคม 2024 บริษัทจัดการสินทรัพย์ VanEck คาดการณ์ว่า หากสหรัฐฯ จัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin จำนวน 1 ล้าน BTC อาจช่วยลดหนี้สาธารณะได้ถึง 35% ภายใน 24 ปีข้างหน้า

แนวคิดนี้สอดคล้องกับร่างกฎหมายของวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ซึ่งสนับสนุนให้รัฐถือครอง Bitcoin เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่สูงถึง $35 ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสงสัยว่าการสะสม Bitcoin ของรัฐบาลสหรัฐฯ จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ที่สะสมมาตั้งแต่ยุค 1980 ได้จริงหรือไม่

อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bloomingbit.io

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน
ข่าวต่อไป

FOLLOW ME

Blockchain Life 2024

Crypto Coffee

Cryptomind Research Talk

CryptOmakase

ข่าวต่อไป