Bybit ให้คุณสร้างผลตอบแทนได้ง่าย ๆ ด้วย Staking Carnival

Bybit–Staking Carnival

ในเวลาตลาดหมีที่ตลาด Cryptocurrency มีความผันผวนสูงแบบนี้ หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่อยากถือเหรียญไว้ระยะยาวก็คือการนำเหรียญไป Stake เพื่อรับผลตอบแทน ซึ่งดีกว่าการถือไว้เฉยๆนั่นเอง โดยการ Stake นั้นก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น การ Stake บน Proof-of-Stake Blockchain หรือบน DApps ต่างๆ ซึ่งอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ไม่ถนัดใช้งาน Crypto Wallet หรือไม่แน่ใจในเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน DApps ก็คือนำไป Stake กับ Centralized Exchanges (CEXs) ต่างๆก็มีความน่าสนใจเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ทาง Bybit ก็มีกิจกรรมพิเศษ Staking Carnival ที่ให้ผลตอบแทนสูงพิเศษให้กับนักลงทุนในช่วงนี้ด้วย

แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงโปรโมชั่นพิเศษของ Bybit เราจะไปทำความรู้จักกันก่อนว่า Staking คืออะไรและมีรูปแบบไหนบ้าง 

Staking คืออะไร

อย่างที่เกริ่นไปเบื้องต้นว่าทางเลือกของการ Staking ก็มีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีนิยามที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการฝากเหรียญไว้กับ DApps ต่างๆ เช่น Decentralized Exchanges (DEXs), Lending Protocol เพื่อรับ Rewards ในรูปแบบต่างๆ หรือจะนำไป Stake กับ Proof-of-Stake Blockchain เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในความปลอดภัยก็ได้ หรือจะเป็นการนำไป Stake กับ CEXs ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งการ Stake แต่ละรูปแบบแตกต่างกันอย่างไร เราจะไปทำความรู้จักกันก่อนใน Part นี้

  1. Proof-of-Stake Blockchain

การ Staking สำหรับ Proof-of-Stake Blockchain ก็คือการที่เรานำเหรียญไปวางไว้กับ Validator เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม (Validate Transactions) ที่เกิดขึ้นบล็อกเชน โดยที่เราจะได้ผลตอบแทนกลับมาจากการที่เราเข้าไปมีส่วนร่วมในความปลอดภัยของบล็อกเชนนั่นเอง ตัวอย่างของ POS Blockchain ก็อย่างเช่น Ethereum, Solana, Cosmos, Near, Binance Smart Chain เป็นต้น

ขอบคุณภาพจาก Ethereum.org ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022

หนึ่งตัวอย่างก็คือ Ethereum Blockchain ที่เพิ่งผ่านขั้นตอน The Merge ไปในช่วงเดืนกันยายน 2022 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเครือข่าย Ethereum จากระบบ Proof of Work ให้กลายเป็น Proof of Stake ทำให้เราสามารถนำเหรียญ ETH ไป Stake ได้ โดยถ้าเรานำ Ethreum ไป Stake ตอนนี้ก็จะได้รับ %APR ที่ 4% (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022) โดย Reward ที่ได้รับนั้นมาจากสามส่วนด้วยกันคือ Block Rewards, Tip และ Maximal Extractable Value (MEV) 

ขอบคุณภาพจาก Cosmos.network ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022

หรืออีกตัวอย่างคือเหรียญ ATOM ที่ถ้าเรานำไป Stake จะได้ %APR อยู่ที่ราวๆ 9% (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022) ซึ่ง Reward มาจากสองส่วนด้วยกันคือค่า Fee ที่เกิดจากการใช้งานบน Cosmos Hub และเหรียญ ATOM ที่ผลิตใหม่ (Inflation) นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การนำเหรียญไป Stake ในรูปแบบนี้นั้นมีข้อจำกัดคือเราจะไม่สามารถถอนเหรียญได้ทันที โดยมากแล้วจะมีช่วงเวลาที่ต้องรอก่อนที่จะถอนออกมาได้ เรียกว่า Unstaking Period นั่นเอง โดยมากจะอยู่ที่ 20-30 วัน เช่นเหรียญ ATOM ใช้เวลา 21 วัน แต่ถ้าเป็นกรณีของ Ethereum เราจะถอนเหรียญออกมาไม่ได้เลยจนกว่าการอัพเกรด Ethereum 2.0 จะเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้อีกหนึ่งความเสี่ยงคือเราอาจจะสูญเสียเงินบางส่วนจากการ Slashing ถ้า Validator ที่เรานำไป Stake ด้วยเกิดปฏิบัติตัวไม่ดี เช่น มี Downtime มากเกินไป หรือบันทึกธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น

  1. Stake กับ DApps

อีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นที่นิยมกันก็คือการนำเหรียญไป Stake กับ DApps ต่างๆ ที่มีหลากหลายแบบ เช่น DEXs, Perpetual Protocol หรือจะเป็น Lending Protocol ก็ตาม ซึ่งผลตอบแทนและแหล่งที่มาของ Reward ก็จะแตกต่างกันออกไป 

%APY ที่ได้รับจากการ Stake เหรียญ SNX ข้อมูลจาก Synthetix.io (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022)

ยกตัวอย่างแพลทฟอร์ม Synthetix ที่เป็นแพลทฟอร์มเทรด Synthetic Assets อย่างเช่น หุ้น sAAPL, ทองคำ sAU เป็นต้น ซึ่งถ้าเรานำเหรียญ SNX ไป Stake ก็จะได้รับ %APY อยู่ที่ 64.2% (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022) ซึ่ง Reward ที่แจกนั้นมาจาก Trading Fee 1.3% และ Inflation 62.6%

%APY ที่ได้รับจากการ Stake เหรียญ AAVE ข้อมูลจาก app.aave.com (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022)

อีกตัวอย่างหนึ่งคือแพลทฟอร์ม Lending อย่าง Aave ที่เราสามารถนำเหรียญ AAVE ไป Stake ได้เพื่อช่วยในการสร้างเสถียรภาพให้กับแพลทฟอร์มในกรณีที่เกิดหนี้เสีย โดยในปัจจุบันจะได้รับ %APR ที่ 6.67% ซึ่ง Reward ที่นำมาแจกนั้นเรียกว่า Safety Incentives แต่ผู้ Stake ก็จะต้องรับความเสี่ยง Slashing ถ้าเกิดหนี้เสียสูงสุดที่ 30%   

  1. Stake กับ Centralized Exchanges

สำหรับการ Stake ในสองแบบแรกนั้น อาจจะเหมาะกับนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้งาน Crypto Wallet โดยที่ต้องมีความรู้ในการเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเองให้มีความปลอดภัย นอกจากนี้จะต้องรับความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การแฮ็ค หรือช่องโหว่ต่างๆจาก Smart Contract ดังนั้นจึงมีตัวเลือกอีกอย่างที่ให้ผลตอบแทนได้ไม่แพ้กันคือการนำเหรียญไป Stake กับ CEXs ที่มีความสะดวกสบายมากกว่าและมีทางเลือกให้เราหลากหลายรูปแบบ ถ้าเป็นบนแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยม เช่น Binance หรือ Bybit ซึ่งเป็นกระดานเทรดขนาดใหญ่และมีความน่าเชื่อถือสูงและมีทางเลือกหลากหลายรูปแบบให้นักลงทุนเลือกใช้ตามแบบที่ต้องการได้ โดยมีทั้งการฝากแบบ Flexible Savings ที่เราสามารถถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ และแบบ Fixed Savings ที่เงินของเราจะโดนล็อคไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 30, 90 หรือ 120 วัน 

นอกจากนี้บน CEXs หลายๆที่ก็มีให้บริการ Stake เหรียญบน POS Blockchain สำหรับคนที่อยากจะมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยของ POS Blockchain แต่ว่าอาจจะไม่สะดวกที่จะทำด้วยตัวเอง ก็สามารถนำไปฝากผ่านทาง CEXs ให้ดูแลแทนเราได้ อย่างเช่น Binance ก็มีบริการ Stake เหรียญ ETH โดยให้ %APR สูงถึง 5.2%

ตัวอย่าง %APY ที่ได้รับจากการ Stake เหรียญผ่าน Bybit Savings (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2022)

ส่วนกระดานเทรด Bybit ก็มีทางเลือกหลากหลายให้นักลงทุนได้นำเหรียญไป Stake ได้เช่นกันผ่าน Bybit Savings โดยมี Option ให้เลือกฝากทั้งแบบ Fixed และ Flexible Term คล้ายกับของ Binance ซึ่งตอนนี้ทาง Bybit ก็มีแคมเปญพิเศษ Staking Carnival ที่เปิดให้เรานำเหรียญไป Stake โดยได้รับผลตอบแทน %APY แบบสูงพิเศษ

Bybit Staking Carnival – แคมเปญพิเศษแจก APY สูงสุดถึง 28% เมื่อ Stake เหรียญ BTC, ETH, USDC หรือ BNB

ระยะเวลาแคมเปญ: 25 ตุลาคม – 14 ธันวาคม 2022 

ผลตอบแทน %APY ของแคมเปญ Staking Carnival มีรายละเอียดตามตารางด้านล่าง 

หมายเหตุ: นักลงทุนที่ผ่านเกณฑ์สามารถเลือกฝากเหรียญได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น เช่น ถ้าฝากเหรียญ BTC ไปแล้วจะไม่สามารถฝากเหรียญ ETH, USDC หรือ BNB ได้อีก

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนจาก Bybit Staking Carnival กับ CEXs เจ้าอื่นๆตามตารางด้านล่างก็จะเห็นว่าผลตอบแทนที่ได้ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว

ตารางเปรียบเทียบผลตอนแทน Bybit Staking Carnival กับ CEXs เจ้าอื่นๆ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทำตามขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่นี่

  1. ผ่านการ KYC และ ต้องฝากเงินเข้ากระดานเทรด Bybit จำนวน $50 ขึ้นไประหว่างระยะเวลาแคมเปญ
  2. ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษมูลค่า 10 USDT โดยการแชร์กิจกรรมนี้ให้กับเพื่อนๆผ่านทาง Social Media ทุกๆการ Share จะได้รับหนึ่ง Lucky Draw Ticket โดยทุกคนมีสิทธิได้รับสูงสุดจำนวน 10 Lucky Draw Ticket วิธีการเข้าร่วมกิจกรรมมีดังนี้
    1. แชร์ลิ้งค์ หน้ากิจกรรม ลงบน Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือในกลุ่ม Crypto Community ต่างๆ
    2. ส่งหลักฐานการแชร์ไปแบบฟอร์มนี้ <link to https://forms.gle/jNpPPPoUCmkuNEs47>
    3. รอลุ้นรับรางวัลได้เลย

โดยทางทีมงาน Bybit จะทำการสุ่มเลือกผู้โชคดีจำนวน 20 คนเพื่อรับรางวัลมูลค่า 10 USDT

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

wissarut

ข่าวต่อไป

FOLLOW ME

FREEDOM CARD | บัตรวีซ่าให้อิสระในการเติมเงินทุกที่ทุกเวลา

ข่าวต่อไป