ใช้บอทเทรดสปอตง่าย ๆ ไม่มีค่าธรรมเนียม ด้วย Grid Bot จาก Bybit

ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูงในสภาพตลาด Sideway อาจทำให้การเทรดเชิง Technical Analysis ยากขึ้นกว่าปกติสำหรับใครหลาย ๆ คน การเทรดด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวจึงอาจไม่ค่อยเหมาะกับสถานการณ์เช่นนี้และอาจทำผลงานออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่กลยุทธ์หนึ่งที่มีโอกาสทำผลงานออกมาได้ดีในตลาดแบบนี้โดยเฉพาะตลาดคริปโทที่เปิด 24 ชั่วโมงและความผันผวนสูงก็คือ “Grid Trading”

ในบทความนี้จะพามารู้จักกับ Bybit Grid Bots ว่ามีลักษณะอย่างไร รวมถึงรีวิววิธีการใช้งานจริง แต่ก่อนที่จะพาไปทำความรู้จัก Bybit Grid Bots เราจะขอพามาทำความรู้จัก Grid Trading กันสักนิดก่อนเพื่อให้ได้เข้าใจ Concept คร่าว ๆ ของ Grid Trading ก่อนที่จะไปใช้งานจริง

Grid Trading

Grid Trading เป็น Trading Strategy ที่มีหลักการคือหากราคาวิ่งขึ้นลงอยู่ในกรอบที่เรากำหนดไว้ เราจะสามารถทำกำไรได้จากส่วนต่างราคาระหว่าง Grid ซึ่งหากเราวาง Grid ได้ดีพร้อมกับที่ราคามีความผันผวนอยู่ในกรอบของ Grid ที่ตั้งไว้ก็จะทำให้ได้กำไรมากขึ้นเพราะจะเป็นการซื้อถูกที่ Grid ล่างแล้วขายที่ Grid บน ไปเรื่อย ๆ ทำให้สามารถทำกำไรและสร้าง Cash Flow ได้ในตลาด Sideway

สำหรับการทำ Grid Trading Strategy ผู้ใช้งานจะต้องกำหนด 3 ตัวแปรหลัก ๆ คือ Upper Price, Lower Price, No. of Grids

Upper Price คือ กรอบราคาสูงสุดที่จะทำ Grid Trading Strategy

Lower Price คือ กรอบราคาต่ำสุดที่จะทำ Grid Trading Strategy

No. of Grids คือ จำนวน Grid ที่ต้องการแบ่ง

ตัวอย่างเช่น หากเราจากอะไรหลาย ๆ อย่างแล้วคิดว่าราคาของ ETH วิ่ง Sideway อยู่ในกรอบกว้าง ๆ ระหว่าง $900- $2000 ไปอีกพักใหญ่ก็สามารถลองกำหนดกรอบราคาที่จะทำ Grid Trading ของ ETH ตามรูปด้านบนโดยให้

Upper Price = $2,000

Lower Price = $900

No. of Grids = 11 Grids (ราคาห่างช่องละ $100)

Price (USDT)Order Type
2,000Sell
Sell
1,600Sell
1,500No initial orders will be placed
Market price: $1,493
1,400Buy
1,300 Buy
Buy
900Buy

ราคาในปัจจุบันตามรูปด้านบนอยู่ที่ $1,493 และเมื่อทำการเปิด Grid แล้ว จะต้องตั้ง Order ไว้ตามตารางและรูปข้างต้น ซึ่งจะมี 2 กรณีคือ ราคาลงหลังจากเปิด Grid และ ราคาขึ้นหลังจากเปิด Grid

กรณีที่ 1 : ราคาลงหลังจากเปิด Grid

หากราคาลงไปแตะ $1,400 ก็จะเกิดการซื้อ 1 ครั้ง และต้องทำการตั้ง Sell Order ที่ $1,500 ทันที ซึ่งเมื่อราคากลับขึ้นไปแตะ $1,500 ก็จะเกิดการขายตาม Order ที่ตั้งไว้และต้องตั้ง Buy Order ที่ $1,400 ทันที 

แต่ถ้าหากเป็นอีกกรณีคือลงต่อไปที่ $1,300 ก็จะเป็นการซื้อที่ $1,400 และ $1,300 ทั้งหมด 2 ครั้ง และเมื่อราคากลับขึ้นไปแตะ $1,400 ก็จะเกิดการขาย Order ที่ซื้อตรงราคา $1,300 และเมื่อขึ้นไปแตะ $1,500 ก็จะเกิดการขาย Order ที่ซื้อที่ราคา $1,400

กรณีที่ 2 : ราคาขึ้นหลังจากเปิด Grid

หากราคาขึ้นไปที่ $1,500 จะยังไม่มีการซื้อ/ขายเกิดขึ้น ต้องรอให้ราคาไปแตะที่ $1,600 ก่อนถึงค่อยวาง Buy Order ที่ $1,500 และเมื่อราคาลงมาที่ $1,500 ก็จะเกิดการซื้อขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดการซื้อแล้วก็ต้องวาง Sell Order ที่ $1,600 ทันที

แต่ถ้าหากราคาขึ้นต่อไปที่ $1,700 ก็จะมีการวาง Buy Order เพิ่มที่ $1,600 และ $1,500 ทั้งหมด 2 จุด ซึ่งถ้าหากราคาขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการลงมาที่ Buy Order เลย ก็จะไม่เกิดการซื้อขายขึ้น

ความเสี่ยงของ Grid Trading

ความเสี่ยงของ Grid Trading ก็คือหากเราวางกรอบ Upper Price และ Lower Price ไว้แคบเกิดไปก็จะไม่เกิดการซื้อขาย และหากราคาลงด้วยก็จะเกิดแต่การ Trigger แค่ Buy Order แต่จะไม่เกิด Sell Order เลยซึ่งจะทำให้ติดดอยนั่นเอง 

และหากวาง Grid ไว้ถี่เกินไปก็อาจไม่คุ้ม Trading Fee ที่ต้องจ่ายต่อการซื้อขายแต่ละครั้งเพราะฉะนั้นต้องคำนวณให้ดี ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ไม่ได้พูดถึงในที่นี้ด้วย เช่น Timeframe ที่เราใช้และระยะเวลาของการใช้กลยุทธ์นี้ก็ต้องเหมาะสมกับการวางกรอบราคา

สรุปโดยภาพรวม

กล่าวโดยสรุปในภาพรวมคือ หากมีการซื้อเกิดขึ้น ก็จะต้องทำการตั้งการขายไว้ที่ Grid ด้านบนทันที ในทางกลับกันถ้าเกิดการขายก็ต้องตั้ง Order ซื้อที่ Grid ด้านล่างราคานั้นทันที ซึ่งกำไรก็จะเกิดจากการทำงานของ Grid ที่ครบรอบคูณจำนวนครั้งที่ครบรอบ โดยต้องคำนวณแยก Grid กันเนื่องจาก แต่ละ Grid จะมีกำไรไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น

Grid บนสุดที่ราคาระหว่าง $1,900 และ $2,000 ก็จะมีกำไรต่อ Grid อยู่ที่ประมาณ 5.26%

Grid ล่างสุดที่ราคาระหว่าง $900 และ $1,000 ก็จะมีกำไรต่อ Grid อยู่ที่ประมาณ 11.11%

หมายเหตุ : ตัวอย่างดังกล่าวเป็นแบบ Arithmetic (ช่วงราคาเท่ากันแต่กำไรในแต่ละช่วงจะไม่เท่ากัน) แต่จะมีอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า Geometric (กำหนดกำไรแต่ละช่วงเป็นเปอเซ็นต์แบบคงที่โดยช่วงห่างราคาจะแตกต่างออกไป)

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าโดยภาพรวมกลยุทธ์แบบ Grid Trading นั้นจะดีในตลาด Sideway ที่ผันผวนดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นหากเราคาดการณ์ถูกว่าตลาดจะเป็นลักษณะ Sideway และอยู่ในกรอบที่เราคาดการณ์ไว้นั่นเอง

Bybit Grid Bots

หลังจากที่ได้รู้จัก Grid Trading ไปแล้ว ในส่วนนี้จะเป็นการพูดถึงรายละเอียดของ Bybit Grid Bot ว่าเป็นอย่างไรและน่าใช้แค่ไหน

โดยปกติแล้วหากเราต้องการทำกลยุทธ์นี้แล้ว นอกจากจะต้องปวดหัวกับการวาง Strategy, คาดการณ์สภาพตลาด, วางกรอบราคาให้ดี และรวมถึงปัจจัยอื่น ๆ แล้ว เราจำเป็นต้องมานั่งเฝ้ากราฟเผื่อคอยตั้งซื้อขายหากราคาไป Trigger Order ต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ในตอนแรกหากเราไม่มีตัวช่วยอย่าง Bot ดังนั้นผู้ที่อยากใช้กลยุทธ์นี้ก็ต้องไปซื้อ Bot ข้างนอกที่มีคนเขียนไว้แล้วนำมาเชื่อมกับ Exchange เพื่อให้ไม่ต้องเฝ้ากราฟ แต่ส่วนมากก็มีค่าใช้จ่ายในส่วนของ Bot มาเป็น Cost เพิ่มเติม

ซึ่ง Exchange อย่าง ByBit ก็ได้เห็น Pain Point นี้และสร้าง Grid Bot ขึ้นมา ซึ่งสามารถใช้ได้โดยตรงภายใน Exchange เลยและไม่เสียค่าธรรมเนียมการใช้งาน Bot ด้วย มากไปกว่านั้นในช่วงขณะที่เขียนนี้ทาง Bybit ไม่เก็บ Trading Fee สำหรับ Spot Trading ด้วย ทำให้ Grid Bot ของ Bybit ที่เป็นแบบ Spot นั่นได้ผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ แต่หากภายหลัง Bybit ยกเลิก 0% Fee Spot Trading ไปแล้วก็จะต้องเสียที่ Order ละ 0.1%

Grit Bot ของ Bybit ผู้ใช้งานเพียงแค่ปรับ Parameter ต่าง ๆ ให้เข้ากับตัวเอง แล้วหลังจากนั้น Bot จะดำเนินการกลยุทธ์ Grid Trading ให้โดยอัตโนมัติ (รองรับแค่แบบ Arithmetic)

ซึ่งที่ Bybit นี้สามารถเปิด Grid Bot ให้ทำงานพร้อมกันได้มากถึง 15 ตัว และสามารถสร้างบอทซื้อขายกริดได้หลายตัวสำหรับคู่เงินเดียวกัน และสามารถปรับจำนวน Grid ได้ระหว่าง 2 – 100 Grids

ในตอนนี้ Bybit มีเหรียญที่รองรับทั้งหมด 28 เหรียญสำหรับ Grid Bot เช่น BIT/USDT, BTC/USDT, ETH/USDT, XRP/USDT, MANA/USDT, SOL/USDT, MATIC/USDT, ADA/USDT, LINK/USDT และ DOT/USDT เป็นต้น

และที่สำคัญคือ Bybit มีฟังก์ชันการ Copy Trade สำหรับ Grid Trading ด้วย ทางระบบจะจัดอันดับคนที่วางกลยุทธ์แล้วได้กำไรสูงสุดตาม Daily Ranking และ 7-Day Ranking โดยคิดเป็น Total Annual Percentage Rate (APR)

วิธีเริ่มต้นใช้งาน Grid Trading บน Bybit

ขั้นที่ 1: คลิกที่ Trade (เทรด) แล้วไปที่ Trading Bot (บอทซื้อขาย) 

ขั้นที่ 2: คลิกที่ Create Now (สร้างตอนนี้)

ขั้นที่ 3: กำหนด Parameter สำหรับ Grid Bot ดังต่อไปนี้

  • Pair (คู่เทรด)
  • Price Range (ช่วงราคา)
  • No. of Grids (จำนวนกริด)
  • Total Investment (จำนวนเงินลงทุนทั้งหมด)

จากนั้นคลิกที่ Create Now และ Confirm ก็เรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ : ยิ่งจำนวนกริดมากเท่าใด ช่วงของราคาก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าในตลาดที่ผันผวน คำสั่งซื้อของคุณอาจถูก Trigger บ่อยขึ้น แต่กำไรของคุณจะลดลงเนื่องจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลายรายการ

หลังจากคลิก Create Now แล้ว หน้าจะเปลี่ยนเส้นทางไปยัง My Bots โดยอัตโนมัติเพื่อให้คุณดู Grid Bot ที่กำลังใช้งานอยู่ได้ และคุณสามารถคลิก Detail ที่มุมขวาบนของแต่ละ Grid Bot เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้

Grid Bot: Copy Trade

หากต้องการหาคนทำ Copy Trade หรือหาไอเดียก็สามารถเข้าไปที่หน้า Homepage ของ Bybit Trading Bot แล้วเลื่อนลงมา จะเห็น Leaderboard ที่ทาง Bybit จัดทำไว้ให้

ซึ่งหากสนใจคนไหนก็สามารถกด Copy ทางด้านขวามือได้เลย แล้วระบบจะแสดงรายละเอียดของคนนั้นว่ามีการตั้งค่าอย่างไรบ้าง โดยหากสมมติว่าเลือกดูของคนแรกก็จะได้รายละเอียดดังนี้

ทางระบบจะแสดง Pair, Price Range, No. of Grids, Interval, Profit/Grid ไว้ให้ครบเลย ผู้ใช้งานเพียงแค่ใส่เงินลงทุนไปเท่านั้น แล้วจากนั้นก็คลิก Create Now ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

Summary

โดยรวมแล้ว Bybit Grid Bot ใช้งานค่อนข้างง่ายและเข้าใจง่าย เพียงแค่ใส่ Parameter แค่ไม่กี่ตัวก็สามารถเปิด Grid ได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการใช้งาน Bot ด้วย แถมในช่วงที่เขียนบทความนี้เป็นช่วงฉลองผู้ใช้งานครบ 10 ล้านคนบน Bybit ก็เลยไม่เสียค่าธรรมเนียมสำหรับการเทรดแบบ Spot ซึ่งก็รวมถึง Spot Grid Bot ของ Bybit ด้วย ที่ไม่ว่าจะซื้อขายถี่แค่ไหนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียม

ที่มา: Bybit Learn Bybit Learn Bybit Bybit Help Bybit Help Bybit Blog Bitcoin Addict

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

wissarut

ข่าวต่อไป

FOLLOW ME

โอน BTC ออกจาก Exchange ฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม ด้วย FTX

FREEDOM CARD | บัตรวีซ่าให้อิสระในการเติมเงินทุกที่ทุกเวลา

ข่าวต่อไป