คู่มือสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน Terra Blockchain

Terra เป็น smart contract blockchain protocol ที่แม้ว่าจะยังค่อนข้างเล็ก แต่ระบบนิเวศ DeFi ของ Terra ก็มีแอพพลิเคชั่นกระจายอำนาจที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในคริปโตเช่นกัน โดยมี Terra Station เป็นกระเป๋าเงินสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเข้าร่วมและโต้ตอบกับเครือข่าย ขณะที่ปัจจุบันการ Stake LUNA นั้นให้ผลตอบแทนมากกว่า 7% ต่อปี

Terra นั้นเปิดตัวในเดือนมกราคม 2018 ซึ่งสร้างขึ้นบน Cosmos SDK โดยใช้กลไก Tendermint Delegated-Proof-of-Stake (DPoS) เพื่อรับประกันการกระจายอำนาจและมีต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ Terra แตกต่างไปนั้นไม่ใช่เทคโนโลยีพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูง แต่เป็นระบบนิเวศที่เฟื่องฟูและมีเอกลักษณ์ซึ่งสร้างขึ้นบนนั้น เช่น  Anchor, Mirror, Pylon, Mars และ Spectrum ที่ได้ปลดล็อกโลกแห่งการลงทุนและโอกาสในการทำฟาร์มบน Terra โดยสามารถดึงดูดผู้ใช้ได้หลายแสนคนและนักพัฒนาจำนวนมากเข้าสู่โปรโตคอล

นอกจากนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการอัปเกรด Columbus 5 ตัวล่าสุด ก็ทำให้ Terra สามารถทำงานร่วมกับบล็อคเชนชั้นนำอื่น ๆ ได้ เช่น Cosmos, Solana และ Polkadot และทำให้ระบบนิเวศของแอปพลิเคชัน DeFi ที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าถึงผู้เข้าร่วมในบล็อคเชนเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

และด้วยความสามารถในการทำงานร่วมกันแบบ Cross-chain ยังหมายถึงประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้นและสูงขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์เรือธงของ Terra อย่าง — UST stablecoin โดยผู้ใช้สามารถย้าย UST ระหว่าง Terra และ Ethereum, Binance Smart Chain และบล็อกเชนอื่น ๆ ได้โดยง่ายผ่าน bridges ต่างๆ เช่น Wormhole และ TerraBridge เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ในโลกของ multi-chain

การสร้าง Wallet

การมีส่วนร่วมกับระบบนิเวศของ Terra นั้นอันดับแรกก็ต้องมีกระเป๋าเงินก่อน ซึ่งแม้ว่าจะมีหลายตัวเลือกให้เลือก แต่สิ่งที่คนนิยมกันมากที่สุดก็คือกระเป๋าเงิน Terra Station ที่สร้างโดย Terraform Labs โดยเป็น non-custodial wallet ซึ่งมีทั้งในแอพมือถือ , ส่วนขยายเบราว์เซอร์ , และแอปพลิเคชัน Windows และ iOS  โดยมีการใช้งานที่คล้ายคลึงกับกระเป๋ายอดฮิตอย่าง MetaMask แต่ก็มีคุณสมบัติน้อยกว่า เช่น token swaps ในกระเป๋าเงิน หรือการสนับสนุน NFT

เมื่อคุณดาวน์โหลด Terra Station จากเว็บไซต์ทางการของ Terra แล้ว ให้ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน เพื่อสร้างกระเป๋าเงินใหม่  อย่าลืมทำการสำรอง Seed Phrase ของคุณและเก็บไว้ในที่ ๆ ปลอดภัย เพราะ Seed Phrase นั้นจะทำให้คุณหรือใครก็ตามสามารถเข้าถึง private key ของกระเป๋าได้ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงเงินของคุณได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจด Seed Phrase ลงบนกระดาษแล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย

หลังจากสร้างกระเป๋าเงิน คุณจำเป็นต้องมีโทเค็น LUNA ซึ่งเป็นโทเค็นดั้งเดิมของ Terra ที่ใช้สำหรับการกำกับดูแล , การขุด , และเครื่องมือในการผ้องกันความผันผวนสำหรับ Terra Stablecoin

คุณต้องมี LUNA ในกระเป๋าเงินของคุณเพื่อชำระค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม วิธีที่ง่ายที่สุดในการหา LUNA คือการซื้อผ่านเว็บเทรดแบบรวมศูนย์ เช่น Binance, Coinbase, Phhemex หรือ FTX โดยหลังจากที่ได้ Luna มาแล้ว ก็เพียงแค่ถอนโทเค็นไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินบน Terra Station ซึ่งเลขกระเป๋าจะอยู่ที่ด้านบนของส่วนขยายเบราว์เซอร์หรือแอปกระเป๋าเงินของคุณ

อีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่มีเงินทุนใน Ethereum ก็สามารถซื้อ Luna (wLUNA) ผ่าน Uniswap และโอนไปยังกระเป๋าเงิน Terra Station ผ่าน Terra Bridge ได้

การใช้งาน Terra Bridge นั้นค่อนข้างง่าย : เพียงแค่เชื่อมต่อกระเป๋าเงิน Etheruem ของคุณเข้ากับ Terra Bridge จากนั้นเลือกเครือข่าย Ethereum ในเมนู “from” ที่ด้านซ้ายมือของแอป และที่ด้านขวาก็เลือก Terra จากนั้นที่ช่อง “Asset” เลือกโทเค็น Luna และกำหนดที่ต้องการ และที่ช่อง “destination address” ก็ใส่ที่อยู่กระเป๋าเงิน Terra Station ของคุณ จากนั้นคลิก next

เมื่อคุณทำการอนุมัติธุรกรรมใน MetaMask ของคุณแล้ว Terra Bridge จะสลับ wLUNA เป็น LUNA โดยอัตโนมัติ และฝากไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินของคุณในเครือข่าย Terra ให้ทันที หรือหากคุณมีเงินใน Solana คุณก็สามารถทำตามขั้นตอนเดียวกันเพื่อย้ายเงินได้โดยใช้ Wormhole Bridge

การ Staking บน Terra Station

หลังจากที่สร้างและมี Luna ในกระเป๋าเงินแล้ว สิ่งแรกที่คุณอาจต้องการจะทำคือ การใส่ LUNA ที่คุณซื้อเพื่อ staking บน Terra Station  เนื่องจาก Terra เป็นโปรโตคอลแบบ Proof-of-Stake โดยมี 130 validators ที่จะตรวจสอบ , clear ธุรกรรม , และรักษาความปลอดภัยเครือข่าย และเพื่อแลกกับบริการของพวกเขา validators และ delegators สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7.07% สำหรับ delegators และ 7.47% สำหรับ validators

ในการเป็น validator บน Terra ผู้ใช้ต้อง bond โทเค็น LUNA ของตนเองเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน และเป็นหนึ่งใน stakers รายใหญ่ที่สุด 130 อันดับแรก หรือให้ผู้ใช้รายอื่น delegate LUNA ของตน  ซึ่งสิ่งนี้สร้างวิธีการให้ทุกคนนำโทเค็น LUNA ของพวกเขาไปใช้งานโดยการ staking หรือมอบสิทธิ์ให้กับ validators ซึ่งจะมีการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งที่พวกเขาได้รับให้กับ delegators ของตน

ในการ delegate LUNA ให้ไปที่ Terra Station แล้วเลือก “staking” ในเมนูทางด้านซ้าย  จากนั้นตุณจะเห็นแดชบอร์ดใหม่ที่แสดงรายการของ validators ที่พร้อมใช้งาน  หลังจากที่คุณเลือก validators ที่คุณต้องการโดยการคลิกที่ชื่อของพวกเขา หน้าแดชบอร์ดอีกหน้าก็จะเปิดขึ้นมา เพื่อให้คุณ delegate LUNA ของคุณโดยคลิกที่ปุ่ม “delegate”

เท่านี้คุณก็พร้อมแล้ว และ LUNA ของคุณก็จะสร้างผลตอบแทนให้โดยอัตโนมัติ 

การถอนเงินรางวัลจาก Staking

เงินรางวัลจะเริ่มสะสมเมื่อคุณ Staking Luna และเมื่อคุณมีรางวัลเพียงพอแล้ว และต้องการถอนเงินรางวัล ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  • เปิด Terra Station แล้วคลิก Staking
  • หากต้องการรับรางวัลทั้งหมด ให้คลิก “Withdraw all rewards” ที่มุมขวาบนของหน้า โดยในการถอนรางวัลจาก validator เพียงรายเดียว ให้คลิกที่ชื่อของพวกเขาในรายการแล้วคลิกถอนบนหน้าของพวกเขา จากนั้นหน้าต่างใหม่ก็จะปรากฏขึ้น
  • ตรวจสอบจำนวนเงินและระบุเหรียญที่คุณต้องการใช้สำหรับชำระค่าธรรมเนียม
  • ป้อนรหัสผ่านของคุณและคลิก withdraw

อย่างไรก็ตาม หากนี่ยังไม่เพียงพอ คุณยังสามารถใช้โทเค็น LUNA บนโปรโตคอล Anchor เพื่อรับผลตอบแทนมากขึ้น โดยการฝาก Luna เพื่อ mint bLuna เพื่อใช้สำหรับการยืม UST ซึ่ง Anchor จะมอบโทเค็น ANC ให้คุณด้วยเมื่อทำการยืม UST และคุณสามารถฝาก UST นั้นกลับไปบนโปรโตคอลเดียวกันเพื่อรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ๆ 19.49% 

การยืมบน Anchor นั้นง่ายมาก เพียงไปที่หน้า “borrow” ของแอป คลิกที่ปุ่ม “borrow” จากนั้นกำหนดอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าที่คุณต้องการและฝากหลักประกัน bLUNA ของคุณเข้าไป  เมื่อคุณทำเสร็จแล้ว คุณจะมี UST ในกระเป๋าเงินของคุณ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ รวมถึงการซื้อโทเค็น Terra-native อื่น ๆ บน TerraSwap หรือลงทุนใน synthetic stocks หรือเพิ่มสภาพคล่องใน Mirror หรือทำฟาร์มบน Spectrum Protocol

แอปพลิเคชั่นกระจายอำนาจบางตัวเช่น Anchor และ Mirror ประสบความสำเร็จและใหญ่พอที่จะแข่งขันกับ DeFi “blue chips” ของ Ethereum บางตัวได้ ขณะที่โทเค็น Luna ก็ขยับเข้าสู่ 10 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลตามมูลค่าตลาด เนื่องจากราคา LUNA ที่พุ่งขึ้นเหนือ $100 เป็นครั้งแรก และด้วยโปรโตคอลเช่น Mars, Spar, Loop Finance และ Alice ที่คาดว่าจะเปิดตัวในต้นปี 2022 อาจทำให้ Terra อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้เห็นการยอมรับที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

อ้างอิง : LINK
ภาพ LINK

 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน
ข่าวต่อไป

FOLLOW ME

เทรดผ่าน FTX วันนี้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม 5%

รับคืนค่าธรรมเนียมเทรด 100%*

ข่าวต่อไป