นักวิจัยเผยว่า Bug ใน Solana library อาจทำให้โดนขโมยเงิน 27 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Neodyme กล่าวว่า Bug ใน Solana Protocol Library (SPL) ซึ่งเป็นชุดเอกสารอ้างอิงสำหรับโครงการ Solana อาจทำให้ถูกผู้โจมตีขโมยเงินจากโครงการ Solana หลายโครงการในอัตรา 27 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง

โครงการที่ได้รับผลกระทบนั้นรวมถึง Tulip Protocol และโปรโตคอลการให้กู้ยืม Solend และ Larix ซึ่งปัจจุบันโครงการเหล่านี้ดูแลเงินทุนในจำนวนกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ (แม้ว่าจะสูงขึ้นมากก่อนความล้มเหลวของตลาดในปัจจุบัน) 

ในบล็อกโพสต์ Neodyme ได้อธิบายว่า Bug ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกโดยหนึ่งในผู้ตรวจสอบของ Neodyme หรือที่รู้จักในชื่อ Simon บนแพลตฟอร์ม GitHub ในเดือนมิถุนายน  ซึ่งในขณะนั้น นักวิจัยด้านความปลอดภัยไม่ทราบว่ามันสามารถใช้ประโยชน์ได้หรือมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด 

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม Simon เห็นว่าปัญหายังคงมีอยู่และยังไม่ได้รับการแก้ไขข้อบกพร่อง  ซึ่งจากความกังวลของเขา นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ Neodyme ได้เริ่มทำการทดสอบเพื่อดูว่ามันสามารถใช้ประโยชน์จากจุดบกพร่องนี้ได้หรือไม่ และเพื่อประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวร้ายแรงเพียงใด  และข้อผิดพลาดดังกล่าว “ดูเหมือนไม่มีอันตราย” ตามข้อมูลของ Neodyme แต่พวกเขาพบว่ามีศักยภาพที่จะขโมยเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว โดยแบ่งเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ นับล้านชิ้น

ข้อผิดพลาดทำงานดังนี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ สำหรับแอป Solana จะมีกลไกเมื่อคุณใส่เงินเข้าและนำออก  โดยหากโปรโตคอลเป็นไปตามเอกสารอ้างอิง SPL พวกเขาจะปัดเศษเงินเป็นจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด ณ จุดถอนเงิน โดยสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้มีเศษเสี้ยวของหน่วยอ้างอิงที่เล็กที่สุดที่เรียกว่า Lamport (ซึ่งคล้ายกับ satoshi ซึ่งเป็นจำนวน bitcoin ที่น้อยที่สุด)

นักวิจัยจึงได้ลองทดสอบทฤษฎีของพวกเขาในทางปฏิบัติกับตัว copy ของบล็อคเชน  โดยพวกเขาส่งธุรกรรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดบกพร่องดังกล่าว และมันสามารถขโมย 0.000001 BTC ($0.047) ได้ เนื่องจากข้อผิดพลาดในการปัดเศษ

นักวิจัยคาดว่าพวกเขาสามารถดำเนินการในจุดบกพร่องนี้ได้ 150-200 ครั้งในธุรกรรมเดียว และสามารถรวมธุรกรรมจำนวนมากเหล่านี้ไว้ในบล็อกเดียว  ซึ่งพวกเขาคิดว่าการเอารัดเอาเปรียบดังกล่าวสามารถขโมยเงินได้ในอัตรา 7,500 ดอลลาร์ต่อวินาที หรือ 27 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง

ในแง่ของจำนวนเงินที่สามารถขโมยได้ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับว่ามันเกิดขึ้นนานแค่ไหนก่อนที่จะถูกสังเกตและมีการป้องกัน นั่นจะขึ้นอยู่กับว่าผู้โจมตีมีความโจ่งแจ้งเพียงใดและไม่ว่าพวกเขาจะโจมตีเร็วหรือช้า แต่นักวิจัยรู้ว่ามีความเสี่ยงมากกว่าพันล้านดอลลาร์

นักวิจัยได้ติดต่อโครงการ Solana หลายโครงการอย่างรวดเร็ว ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อผิดพลาดนี้ เนื่องจากโปรเจ็กต์ Solana จำนวนมากเป็นแบบ closed-source จึงเป็นงานที่ยากกว่ามาก แต่พวกเขาก็สามารถติดต่อกับ Solend, Tulip และ Larix ได้ ซึ่งทั้งหมดก็ได้แก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว

และเนื่องจากมีการเปิดเผยข้อบกพร่องดังกล่าว ทางด้าน Solana Labs ก็ได้มีการแก้ไขเอกสารอ้างอิงใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการใหม่ ๆ จะตามทำตามคำแนะนำดังกล่าว

อ้างอิง : LINK
ภาพ LINK

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน
ข่าวต่อไป

FOLLOW ME

FREEDOM CARD | บัตรวีซ่าให้อิสระในการเติมเงินทุกที่ทุกเวลา

ข่าวต่อไป