อะไรอยู่เบื้องหลังการพุ่งเกือบ 30% ของ Polkadot (DOT)

Polkadot (DOT) ซึ่งเป็นโปรโตคอล smart contract ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในตลาดสกุลเงินดิจิทัล ตามหลังเพียง Ethereum นั้นราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา  และ market cap ของ Polkadot ก็สูงกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ขึ้นมาเป็นสินทรัพย์คริปโตที่ใหญ่เป็นอันดับห้า

มีสาเหตุสำคัญหลายประการที่อยู่เบื้องหลังแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งของ DOT ได้แก่ โครงสร้างตลาดทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง ความคาดหวังของเครือข่ายบล็อกเชนที่ปรับขนาดได้ และความนิยมของ DeFi

โครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง

ในเดือนธันวาคม 2020 DOT ขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล โดยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 11 ดอลลาร์ และตั้งแต่ช่วงเวลานั้นเป็นต้นมาก็ยังคงเห็นโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในพื้นที่แนวรับสำคัญ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม Michael van de Poppe นักวิเคราะห์ได้กล่าวว่า

“หาก DOT ลดลงสู่พื้นที่แนวรับสำคัญเช่น 7.5 ดอลลาร์ ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล” 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา DOT ก็ทะยานขึ้นเหนือ 11 ดอลลาร์ และมีมูลค่า market cap ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ครองอันดับที่ 5 ในสิบอันดับแรกเหนือ Litecoin

ขณะนี้ DOT อยู่ห่างจากการแซง XRP ถึง 30% ซึ่งยังคงมี market cap สูงกว่า 13 พันล้านดอลลาร์ แม้จะมีการฟ้องร้องโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) ต่อ Ripple

ความคาดหวังของเครือข่ายบล็อกเชนที่ปรับขนาดได้และ DEFI

ในขณะเดียวกันมูลค่าเงินรวมที่ถูกล็อคใน DeFi ได้ทะลุ 22 พันล้านดอลลาร์ หลังจากปีที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2020

โปรโตคอลยอดนิยมเช่น Aave, Maker และ Uniswap ล้วนมีมูลค่า TVL ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ โดย Maker เพียงคนเดียวมีเงินทุนที่ถูกล็อคมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของ Defi คือปัญหาการปรับขนาดของ Ethereum ซึ่งแม้ว่าโปรโตคอล DeFi กำลังวางแผนที่จะย้ายไปยังโซลูชันเลเยอร์สอง แต่ค่าธรรมเนียมที่สูงใน Ethereum ทำให้เกิดปัญหาด้านการใช้งานสำหรับผู้ใช้ DeFi

Maple Leaf Capital ทีมนักวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่ Web3 speculation กล่าวในการคาดการณ์ในปี 2021 ว่า Polkadot มีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงแอปพลิเคชัน 

Polkadot ถือเป็นคู่แข่งของ Ethereum ในแง่ที่ว่ามันสามารถช่วยให้ smart contracts ทำงานในระบบนิเวศของบล็อกเชนขนาดเล็กที่เรียกว่า  parachains

ด้วย Parachains และเครือข่ายของ blockchains ที่หลากหลาย ทำให้ Polkadot สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ decentralized app ขนาดใหญ่ทำงานได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องความสามารถในการปรับขนาด

อ้างอิง : LINK

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน
ข่าวต่อไป

FOLLOW ME

โอน BTC ออกจาก Exchange ฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม ด้วย FTX

FREEDOM CARD | บัตรวีซ่าให้อิสระในการเติมเงินทุกที่ทุกเวลา

ข่าวต่อไป