การแจกเหรียญ Governance token จาก DeFi ทำให้เกิดคำถามว่าสิ่งนี้เข้าข่ายหลักทรัพย์หรือไม่ ?

Governance token จากโครงการ decentralized finance หรือ DeFi เช่น COMP นั้นเกิดคำถามตามมาว่าสิ่งนี้เข้าข่ายหลักทรัพย์หรือไม่ ?

Michael Anderson ผู้ร่วมก่อตั้ง Framework Ventures กล่าวว่า การลงทุน DeFi ขึ้นอยู่กับ token economic ที่จะเป็นตัวกำหนดมูลค่าของโทเค็น

เปรียบเทียบกับหุ้น

ในแง่ของหุ้นนั้นให้สิทธิ์แก่ผู้ถือหุ้นในการลงคะแนนเสียงในบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งของเงินปันผล ซึ่งกลไกเหล่านี้ผู้ถือหุ้นมีอิทธิพลต่อการพัฒนาองค์กรและทำกำไรโดยตรงจากความสำเร็จ

ขณะที่ Governance token ก็มีโทเค็นบางตัวที่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับเงินปันผลได้ เช่น Maker ( MKR ) ที่ใช้กลไก “ซื้อคืนและเบิร์น” เพื่อรักษามูลค่าของ MKR governance token

กลไกดังกล่าว สร้างการเติบโตของราคาที่สมจริง โดยช่วยกระตุ้นความต้องการของ MKR และลด supply ทั้งหมด ในขณะที่วิธีการนี้ก็ใกล้เคียงกับแนวคิดของการซื้อคืนหุ้น ซึ่งก็สร้างมูลค่าให้กับผู้ถือในลักษณะเดียวกันกับการจ่ายเงินปันผล

ทางด้าน Compound นั้นยังไม่ได้ตัดสินใจจว่าจะใช้กลไกรักษามูลค่าอย่างไร ตามคำกล่าวของ Anderson โดยรูปแบบของ Maker ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก

และเนื่องจากมีการเปรียบเทียบที่ชัดเจนกับหุ้นของบริษัท สิ่งนี้จึงมีความเสี่ยงจากการแทรกแซงจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งอาจถือว่าโทเค็นเหล่านี้เป็นหลักทรัพย์

การกระจายอำนาจดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญ

การกระจายอำนาจของเครือข่าย ดูเหมือนจะเป็นความแตกต่างที่สำคัญ ในการประเมินว่าโทเค็นนี้คือหลักทรัพย์หรือไม่

“เรายอมรับว่ามีองค์ประกอบบางอย่างของ [governance token] ที่ดูเหมือนหลักทรัพย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นหลักทรัพย์”

Anderson ยังได้กล่าวถึงการที่ COMP ได้รับการลิสต์บน Coinbase ด้วยว่า

“Coinbase อาจมีทีมนักกฎหมายชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมันต้องมีการจดทะเบียนและกฎหมายหลักทรัพย์ ดังนั้นหากคุณได้รับการลิสต์ใน Coinbase นั่นหมายความว่าโดยทั่วไปแล้ว คุณผ่านการตรวจสอบสถานะจาก Coinbase แล้ว และพวกเค้าก็จะไปคุยกับ SEC’

การจัดประเภทหลักทรัพย์นั้น “ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและสถานการณ์ของแต่ละโทเค็น” และการมีสิทธิ์โหวตก็ไม่ได้กำหนดว่าโทเค็นนั้นจะเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ โดยอ้างถึงตัวอย่างการสอบสวนของ SEC เกี่ยวกับ DAO และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจของระบบมากกว่าสิทธิในการลงคะแนน

“โดยส่วนตัวผมคิดว่าเราจะต้องหาคำใหม่มาบัญญัติ  ที่ไม่ใช่หลักทรัพย์และไม่ใช่สินค้า  บางทีเราอาจเรียกพวกเขาว่าโทเค็นและใช้กฎควบคุมที่แตกต่างกัน

อ้างอิง : LINK

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน

Read Previous

งานวิจัยจาก Microsoft เผยว่า “อินโดนีเซีย” ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Read Next

เกือบ 2 ล้านคนในสหราชอาณาจักรเป็นเจ้าของ Bitcoin และ Cryptocurrencies อื่น ๆ : รายงานจาก FCA

Leave a Reply

เข้ากลุ่ม Line
Visit Us
Follow Me
ติดตามทางอีเมล์