เมื่อคุณไม่อาจจำพาสเวิร์ดกระเป๋า Bitcoin ของตัวเองได้อีกต่อไป..เราควรทำอย่างไร

หลังจาก Peter Schiff อ้างว่าเค้าสูญเสีย Bitcoin (BTC) ไปทั้งหมดจากการที่ไม่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินของตัวเองได้ หลายคนไม่เชื่อและกล่าวว่า Peter แค่ลืมรหัสผ่านเท่านั้น ซึ่งทางด้าน Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้งของ Ethereum ก็ได้ออกมากล่าวเน้นย้ำว่าการสูญเสีย private keys ยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ใช้ cryptocurrency ในปัจจุบัน

การเก็บรักษา KEY เป็นเรื่องยาก

การดูแลรักษา cryptocurrency ไว้กับตัวของคุณเองนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยี หรือเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มศึกษา เนื่องจาก Wallet ส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ใช้จด private key หรือ seed phrase ไว้เพื่อสำหรับการกู้คืนกระเป๋าก่อนที่จะเริ่มใช้งาน ซึ่งการจัดเก็บ private key หรือ seed phrase สามารถทำได้โดยการเขียนลงบนกระดาษ ซึ่งเป็นวิธีที่มีแนวโน้มที่จะสูญหาย , ถูกขโมยหรือการเสื่อมสภาพของกระดาษค่อนข้างมาก

รวมถึงการใช้ hardware wallets ก็เป็นอีก 1 ทางเลือก แต่มันต้องการความรู้ด้านเทคนิคที่ผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมากอาจยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ และนั่นจึงทำให้ซีอีโอ Binance Changpeng Zhao ออกมากล่าวว่าการเก็บเหรียญไว้ในเว็บเทรดที่เชื่อถือได้นั้นปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่

ซึ่งอันที่จริงแล้ว สิ่งนี้เป็นการขัดกับหลักการของการกระจายอำนาจอย่างสิ้นเชิง แล้วเราจะยังมีวิธีอื่นอีกมั้ยที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

Social recovery

Social recovery ก็ถือเป็นอีก 1 ทางเลือกในการช่วยเราเก็บรักษา Key ของเรา ด้วยการให้สิทธิ์เพื่อน , ครอบครัวหรือแม้แต่บริษัท ในการกู้คืนบัญชีกระเป๋าของเรา โดยหากวันหนึ่ง เราไม่อาจเข้าถึงกระเป๋าเราได้ สิ่งที่เราต้องทำก็แค่เรียกหาผู้ที่เรามอบสิทธิ์ไว้ล่วงหน้าให้มาช่วยเรานั่นเอง

ในปัจจุบันกระเป๋า Wallet ที่มีความสามารถของ Social recovery นั้นมีอยู่หลายเจ้า ยกตัวอย่างเช่น Argent wallet ที่ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าให้ผู้ใช้ Argent รายอื่น หรือแม้แต่กระเป๋าใบอื่นของเราให้มาเป็น guardians ของเราได้ โดยไม่ต้องใช้ private key หรือ seed phrase แต่อย่างใด ดังนั้นหากคุณทำโทรศัพท์หาย คุณสามารถขอให้ guardians ของคุณมาช่วยกู้เงินของคุณได้

แต่อย่างไรก็ตาม Social recovery นั้นก็มีข้อเสียคือเราต้องไว้วางใจผู้อื่น และเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์สมรู้ร่วมคิดในการขโมยเงินในกระเป๋าของเรา (ถ้าเพื่อนของเราในวันนี้ อาจไม่ใช่เพื่อนของเราอีกต่อไปในวันพรุ่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้น นั่นหมายความว่าเราไม่อาจกู้คืนกระเป๋าของเราได้อีกต่อไปอยู่ดี)

มีโซลูชั่นอื่น ๆ อีกมั้ย

อีกหนึ่งวิธีในการกู้คืนกระเป๋าเงินของเรา คือการใช้ช่องทางการล็อคอินที่เราคุ้นเคย เช่น อีเมล หรือ Facebook ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการ Wallet ในลักษณะนี้ เช่น Torus ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้าง Ethereum wallets โดยลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google หรือ Facebook ของตนเอง โดยที่ private key จะเชื่อมโยงกับบัญชีผ่านกลไกที่สลับซับซ้อน

Crypto custody

Crypto custody คือโซลูชันการจัดเก็บ Cryptocurrency โดยเป็นการรวมกันของ Hot wallet และ Cold  wallet สำหรับนักลงทุนสถาบัน เว็บเทรด และกองทุน hedge funds โดยปัจจุบัน
Coinbase และ Gemini เป็นสองบริษัทใหญ่ที่ให้บริการเว็บเทรด crypto และ Crypto custody แก่นักลงทุน นอกจากนั้น Xapo กระเป๋าเงิน Bitcoin ก็มีให้บริการโซลูชั่น Crypto custody เช่นกัน

Crypto custody นั้นทำหน้าที่เหมือนเป็นธนาคาร พัฒนามาเพื่อเก็บ cryptocurrencies ในจำนวนมาก ๆ โดยมีการประกันและความปลอดภัยสูง และรับประกันว่าเงินของลูกค้าจะไม่หายไปในอากาศ

ที่มา : LINK

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน

Read Previous

TBWG ชวนนักพัฒนาบล็อกเชนร่วมแข่งขัน TBWG Hackathon 2020 ทดสอบฝีมือบนสนามจริง

Read Next

ธปท. แถลงก้าวต่อไปของ Inthanon-LionRock โครงการ CBDC ร่วมกับธนาคารกลางฮ่องกง

One Comment

Leave a Reply

เข้ากลุ่ม Line
Visit Us
Follow Me
ติดตามทางอีเมล์