ผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่ Onecoin จากภาคใต้ เข้าร้อง DSI หลังมีชาวบ้านถูกหลอกเสียหายแล้วกว่า 75 ล้านบาท

วันนี้เมื่อเวลา 10 นาฬิกา ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีชาวบ้านจากภาคใต้ประมาณ 20 ราย เดินทางเข้าร้องเรียน หลังถูกหลอกให้ลงทุนในโครงการแชร์ลูกโซ่ Onecoin รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 75 ล้านบาท

ชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายเดินทางมาจากอ่าวนาง และเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรังและจังหวัดชัยนาท โดยมีนายผดุงศักดิ์ เทียนไพโรจน์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมพิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นผู้นำในการเข้าร้องแก่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้โอนจากสภ.ลันตามาเป็นคดีพิเศษ

โดยชาวบ้านที่มาร้องเรียนแจ้งว่า ถูกหลอกลวงให้มาลงทุนสกุลเงินดิจิตอล Onecoin โดยมีการเสนอผลตอบแทนล่อตาล่อใจ จึงทำให้หลงเชื่อนำเงินมาลงทุน แต่หลังจากนั้นกลับไม่จ่ายผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้ นอกจากผู้ที่มาร้องเรียนที่ DSI ในวันนี้แล้ว ยังมีชาวบ้านอีกในหลายจังหวัด โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกหลอกเป็นจำนวนมาก

นางหนูพัด วะเจดีย์ หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า ถูกแม่ทีมรายหนึ่งในเกาะลันตา ชักชวนให้ซื้อเหรียญ Onecoin ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 โดยแจ้งว่าหากลงทุน 100,000 บาท จะได้ผลตอบแทน 8,000 บาททุก อาทิตย์ จึงได้นำเงินมาลงงทุน 200,000 บาท อีกทั้งยังได้ชักชวนญาติพี่น้องให้มาลงทุนด้วย แถมด้วยตนได้ลงทุนเพิ่มอีก 300,000 บาท โดยการนำที่ดินไปจำนอง

ไม่เพียงเท่านั้น นางหนูพัดยังได้ลงทุนเพิ่มไปอีก 600,000 เป็นครั้งที่สาม ซึ่งปรากฎว่าในเดือนถัดมาแม่ทีมไม่ยอมจ่ายผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ แต่ก็ยังลงทุนเพิ่มไป 100,000 บาท เป็นครั้งที่สี่ จนกระทั่งถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็ยังไม่ได้เงิน จึงได้สอบถาม แต่แม่ทีมกลับบอกว่ากระดานล่ม ให้รอ และบอกไม่ให้ไปแจ้งความ (เอ๊ะ!! คุ้น ๆ มั้ย) พร้อมทั้งได้มีการเซ็นเช็คมูลค่า 1.5 ล้านบาท แต่พอไปขึ้นเงินปรากฏว่าเช็คเด้ง จึงคิดว่าน่าจะถูกหลอกแล้ว

นางหนูพัด ยังกล่าวต่อว่า แม่ทีมมีจำนวนทั้งสิ้น 24 คน ที่คอยทำหน้าที่ชักชวนชาวบ้าน โดยมีการอ้างชื่อของข้าราชการในพื้นที่ทำให้มีความน่าเชื่อถือ แถมอวดอ้างว่ามีความรู้ในการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลและเงินตราต่างประเทศ ซึ่งชาวบ้านเห็นดังนั้นจึงไปเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน ร.ต.อ. ธรรศ เลาห์ทวี รอง ผอ.กองธุรกิจการเงินนอกระบบ ที่มาเป็นผู้รับหนังสือ กล่าวว่า เบื้องต้น จะให้ผู้เสียทั้งหมดทยอยเขียนคำร้องไว้ จากนั้นพนักงานสอบสวนกองธุรกิจการเงินนอกระบบจะตรวจสอบว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ และมูลค่าความเสียมากพอที่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยยังได้เน้นย้ำว่า หากการสอบสวนนั้นเกี่ยวพันถึงคนมีสีไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องถูกดำเนินคดี

ที่มา : LINK

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

Radius

ผู้เชี่ยวชาญการเขียนข่าว บทความ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin , คริปโตเคอเรนซี่ และ Blockchain ทั้งในไทยและต่างประเทศ อัพเดทราคา มุมมองการลงทุน ใหม่ล่าสุดทุกวัน

MOST POPULAR