Libra : จะไปต่อหรือพอแค่นี้?

เมื่อ 18 มิ.ย.ปีที่แล้ว ผู้เขียนยังจำได้ดีถึงปรากฏการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการการเงินโลกเป็นอย่างมาก นั่นคือการประกาศสร้างสกุลเงินดิจิทัล “ลิบรา (Libra)” ของโซเชียลมีเดียอันดับ 1 อย่าง “เฟซบุ๊ก” ที่ร่วมกับหน่วยงานยักษ์ใหญ่ระดับโลกอื่นๆอีก 27 หน่วยงาน ภายใต้ชื่อ “สถาบันลิบรา (Libra Association)” โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นสกุลเงินของโลก (global currency) และกำหนดออกใช้จริง ภายในปี 2563 นี้ ทั้งนี้ ผู้เขียนได้ตั้งคำถามสำคัญในบทความ “Libra เงินสกุลใหม่ของโลก?” ไว้ว่า ลิบราจะสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็น “เงิน” ได้ตามที่ตั้งใจหรือไม่?

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ซึ่งลิบรายังไม่ได้ออกใช้จริงแต่อย่างใด ลิบรายังคงล้มลุกคลุกคลานและถูกตั้งข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับรายละเอียดแผนดำเนินงานเพื่อให้เป็นเงินได้สำเร็จ ซึ่งดูจะ “ไม่ละเอียด” และ “ไม่ชัดเจน” เท่าที่ควร โดยเฉพาะในแง่ความปลอดภัยและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ลิบรา (ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวของเฟซบุ๊กคงพอนึกออกว่า เฟซบุ๊กสูญเสียความน่าเชื่อถือในประเด็นนี้ มากเพียงใด หลังกรณีอื้อฉาวที่เฟซบุ๊กปล่อยให้บริษัท Cambridge Analytica เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้กว่า 87 ล้านบัญชีเพื่อประโยชน์ทางการหาเสียงในสหรัฐฯ) ไปจนถึงคุณสมบัติของการเป็น “stable coin” คือการทำให้ลิบราเป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่มีความผันผวนต่ำ โดยวิธีหนุนหลังด้วยทุนสำรองเต็มจำนวนและทุนสำรองนั้นจะเป็นเงินสกุลหลักและตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยรัฐบาล ซึ่งกระบวนการต่างๆ ในทางปฏิบัติยังไม่มีความชัดเจน เช่น จะบริหารทุนสำรองได้ยั่งยืนเพียงใด นอกจากนี้ยังเป็นที่สงสัยว่า การที่ลิบรามีเป้าหมายเป็นสกุลเงินของโลก แต่ออกและดำเนินการโดยบริษัทเอกชน ซึ่งมุ่งผลกำไรทางธุรกิจเป็นหลัก จะรับประกันความโปร่งใสและการมีธรรมาภิบาลได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงจะสร้างผลกระทบต่อนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ และต่อเสถียรภาพการเงินโลกอย่างไร

เมื่อมีข้อสงสัยมากมายและเฟซบุ๊กเองก็ไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนต่อสาธารณชน รวมถึงวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กอย่างนายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ต้องไปแถลงรายละเอียดด้วยตนเอง ซึ่งกลับสร้าง ความคลางแคลงใจเพิ่มเติมมากขึ้นอีก จึงทำให้ลิบราได้รับแรงต้านทานมหาศาลจากภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯเอง ซึ่งเรียกร้องให้เฟซบุ๊กชะลอการออกใช้ลิบราไปก่อน

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด…หน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมเป็นหนึ่งใน 28 หน่วยงานตั้งแต่วันเปิดตัวลิบรา กลับพากันถอนตัวออกไป นำโดยบริษัทบริการชำระเงินระดับโลกอย่าง Paypal ในช่วงเดือน ต.ค. ตบเท้าตามมาด้วยการถอนตัวของพันธมิตรสำคัญอย่าง Visa, Mastercard, eBay, Stripe และ Mercado Pago ทั้งนี้ นายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์กก็ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่าเพราะเหตุใดบริษัทเหล่านี้จึงถอนตัว แต่เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า เหตุผลส่วนหนึ่งของการ “สละเรือ” ย่อมเกิดจากแรงต้านมากมายของหน่วยงานรัฐหลายประเทศ อาทิ เยอรมนีและฝรั่งเศสที่แถลงจุดยืนชัดเจนเลยว่า จะคัดค้านและห้ามการใช้ลิบราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนในสหภาพยุโรป

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งมีแนวทางสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในโลกปัจจุบัน แต่เป็นไปอย่างระมัดระวังและรอบคอบ ได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อศึกษาและติดตามพัฒนาการของลิบราอย่างใกล้ชิด และในเบื้องต้นได้ให้ความรู้และคำแนะนำต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะแอบอ้างหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนในลิบรา ทั้งที่ลิบรายังไม่ได้มีการใช้จริงแต่อย่างใด

ไม่ว่าภายในปีนี้สถาบันลิบราหรือเฟซบุ๊กจะสามารถทำให้ลิบราใช้ได้จริงตามที่ตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่ (ท่าทีล่าสุดยังตั้งเป้าว่าจะทำให้ออกใช้ได้ภายในครึ่งปีแรกหรือสิ้นปี 2563) คำถามสำคัญเรื่องความเป็น “เงิน” ที่ผู้เขียนได้เคยตั้งไว้ จะได้รับคำตอบอย่างกระจ่างแจ้งก็ต่อเมื่อลิบรามีการออกใช้จริงในระยะหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกท่านคงเห็นแล้วว่า การเดินทางของลิบราเต็มไปด้วยขวากหนามตั้งแต่ยังไม่ออกจากจุดสตาร์ต ผู้เขียนไม่อยากนึกเลยครับว่า หากลิบราได้ออกสตาร์ตตามที่ได้ตั้งใจไว้แล้ว จะมีอุปสรรคอีกมากแค่ไหนที่รออยู่ แล้วลิบราจะมีชีวิตรอดต่อไปได้นานเพียงใด…ละครเรื่องนี้ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด อย่ากะพริบตาครับ!

ผู้เขียน : สุพริศร์ สุวรรณิก ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย

**บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด**

ที่มา : LINK

Radius

Read Previous

สรุปข่าวเด่นคริปโต ในรอบสัปดาห์ 5 – 11 มกราคม 2020

Read Next

นักวิเคราะห์ Willy Woo กำลังจับตาดูพฤติกรรมของ Litecoin เพื่อดูว่า Bitcoin จะมุ่งหน้าไปทางใด

Leave a Reply

Visit Us
Follow Me
ติดตามทางอีเมล์